BMW F800GSBMW F800GSเคยรู้สึกกันไหมครับว่า การใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมๆ ซ้ำๆ เรื่อยๆ มันอาจบั่นทอนพลังชีวิตของคุณให้หมดลงไปโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นหลายๆ คน จึงมักขวนขวายหาความท้าทายใหม่ๆ มอเตอร์ไซค์ ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสในเบื้องหน้า เช่นเดียวกับโลกของชาวไบค์เกอร์ ที่ในท้ายที่สุด หลายๆ คนนั้น

มอเตอร์ไซค์

 ท้าทายทุกการเดินทาง

เลือกที่จะสัมผัสอะไรที่แปลกใหม่ เพื่อค้นหาความหมายให้กับชีวิต เหมือนกับที่เราๆ ท่านๆ เคยได้เห็นว่าสายลั่นหลายๆ คน เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เรียกได้ว่าอิ่มตัวแล้ว สายลั่นเหล่านั้นก็มักจะผันตัวเองไปในทิศทางต่างๆ ซึ่งกับคำว่า “สายลุย” ก็มักจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ที่ชาวไบค์เกอร์รุ่นใหญ่ ให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

BMW F800GS สองล้อมิดเดิ้ลไซส์สำหรับสายลุยตัวจริง

  • หากจะพูดถึงรถมอเตอร์ไซค์ที่คู่ควรจะมาเป็นพาหนะคู่ใจของไบค์เกอร์สายลุย ต้องบอกว่าในปัจจุบันนั้น มีรถมอเตอร์ไซค์รุ่นต่างๆ ทั้งจากแบรนด์ญี่ปุ่น หรือแม้แต่แบรนด์ยุโรปมาให้เลือกสัมผัสกันอย่างมากมาย
  • ซึ่งสองล้อในอนุกรม GS เป็นรุ่นหนึ่งที่จัดว่าเป็นรถที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวทุกองค์ประกอบในมุมมองส่วนตัวของผม มอเตอร์ไซค์ ภายใต้ภาพลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ชื่อชั้นที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร ภายใต้ค่าตัวที่ไม่พอจะเอื้อมถึงได้ไม่ยาก BMW F800GS
  •  ดูจะเป็นคำตอบที่ลงตัวไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวครับ ซึ่งนั่นเอง เป็นเหตุผลที่ทำให้ผมเลือกสองล้อรุ่นนี้ มารีวิวให้กับชาว BoxzaRacing ได้รับชมข้อมูลกันแบบหมดเปลือก
  •  สำหรับ BMW F800GS เป็นหนึ่งในพี่น้องตระกูล GS อันเลื่องชื่อ โดยได้รับการถ่ายทอด DNA มาจากพี่ใหญ่อย่าง R1200GS ที่ดูจะเป็นจุดหมายของนักเดินทางตัวจริง แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ นานัปการ
  • อาจจะยังทำให้หลายๆ คน อาจต้องหยุดความคลั่งไคล้ไว้เพียงในใจ ซึ่ง  ดูจะเป็นคำตอบที่กำลังดีสำหรับนักเดินทางสายพอเพียงตัวจริง รีวิวbigbikeที่น่าสนใจ โดยสองล้อผู้นี้มาพร้อมเรือนร่างที่ดูกะทัดรัด กระชับยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่ที่รูปร่างมิได้สูงใหญ่ โดย 
  •  ได้รับการออกแบบมาในสไตล์ Touring Adventure พันธุ์แท้ ทำให้สมรรถนะในการขับขี่แบบออฟโรด ดูจะเหนือกว่าสองล้อแบรนด์อื่นๆ โดยยังคงไว้ซึ่งประสิทธิการขี่บนทางเรียบได้อย่างเต็มเปี่ยม
  • โดยหากจะกล่าวถึงจุดน่าสนใจของมอเตอร์ไซค์สายลุยรุ่นนี้ ก็คือ เรื่องของถังน้ำมันที่มีความจุถึง 16 ลิตร ซึ่งประโยชน์ข้อนี้เอง ที่ทำให้รถวิ่งได้ไกลกว่าเดิมถึง 40% เลยก็ว่าได้ ดังสโลแกนของ BMW นั่นก็คือ “55 mpg at 55 mph” โดยการทดสอบสามารถเดินทางไกลได้ถึง 400 กิโลเมตร
  • ในการขับขี่แบบปกติ และด้วยความที่ถังน้ำมันวางไว้ด้านหลังบริเวณเบาะคนซ้อน ช่วยให้ตัวรถมีการบาลานซ์น้ำหนักได้อย่างยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น และช่วยให้การเติมน้ำมันทำได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย
  •  มาพร้อมการออกแบบในสไตล์ที่พร้อมลุยแบบเต็มตัว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของด้านหน้าที่มาพร้อมกับบังโคลนปากเหยี่ยว ไฟหน้าแบบ 2 ช่อง แยกส่วนระหว่างไฟต่ำและไฟสูงอย่างชัดเจน
  • ส่วนไฟท้ายมาในรูปแบบ LED เช่นเดียวกับไฟเลี้ยว เพิ่มประสิทธิภาพและลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ด้วยวินชิลด์ที่สูงพอสมควร ควบคุมบังคับเลี้ยวผ่านแฮนด์บาร์แบบโอเวอร์ไซส์ หน้าปัดเรือนไมล์แบบอนาล็อค ผสมดิจิตอล
  • แสดงผลผ่านหน้าจอ LCD ที่บอกค่ารายละเอียดการทำงานของเครื่องยนต์อย่างครบครัน ประกับแฮนด์ด้านขวาเป็นที่อยู่ของปุ่มสตาร์ทและดับเครื่องยนต์ พร้อมด้วยปุ่มสำหรับ Heat Grip ที่สามารถปรับความอุ่นได้ 2 ระดับ
  • ส่วนประกับแฮนด์ด้านซ้ายเป็นที่อยู่ของแตร ไฟสูง ไฟเลี้ยว ไฟฉุกเฉิน และปุ่มควบคุมการปิด-เปิด ของระบบ ABS และ Traction Control รวมถึงข้อมูลการขับขี่ในส่วนของอัตราการสิ้นเปลืองเฉลี่ยตลอดทริป หรือแม้แต่แบบ Real Time

 ด้านโครงสร้าง BMW F800GS มาพร้อมเฟรมแบบ Tubular Steel Trellis Frame โอบอุ้มขุมพลังแรงสูงในพิกัด 798 ซีซี. โดยมาในรูปแบบ 2 สูบ 4 จังหวะ Parallel Twin Engine แบบ DOHC 8 วาล์ว ความจุกระบอกสูบ x ช่วงชัก 82 x 75.6 มม. อัตราส่วนกำลังอัด 12.0:1 จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยน้ำ ให้กำลังสูงสุด 85 แรงม้า ที่ 7,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดที่ 83 นิวตัน-เมตร ที่ 5,750 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

สำหรับระบบช่วงล่างของ BMW F800GS มาพร้อมกับระบบกันสะเทือนหน้าแบบ Upside Down จาก WP ขนาด 43 มม. และด้านหลังแบบโช้คเดี่ยวที่สามารถปรับตั้งค่าพรีโหลดและรีบาวน์ได้จากปุ่มหมุนในด้านข้าง รีวิวbigbikeที่น่าสนใจ ล้อมาในรูปแบบซี่ลวด รัดด้วยยางหน้าขนาด 90/90 R21 ส่วนล้อหลังขนาด 150/70 R17 ส่วนระบบเบรคมาพร้อมกับจานดิสก์เบรคคู่หน้าขนาด 300 มม. คาลิเปอร์ Brembo แบบ 4 POT และด้านหลังเป็นจานดิสก์เบรคเดี่ยวขนาด 265 มม. คาลิเปอร์ลูกสูบเดี่ยว ที่มาพร้อมกับระบบเบรค ABS